company logo

Help Center

All collectionsPayrolls (การทำเงินเดือน)วิธีคำนวณภาษี (Tax Method)

วิธีคำนวณภาษี (Tax Method)

วิธีคำนวณภาษี (Tax Method)


ระบบจะคำนวณเงินได้พึงประเมินโดยนำเงินได้ทั้งปีรวมค่าล่วงเวลา หักด้วยค่าใช้จ่ายส่วนตัว หักด้วยค่าลดหย่อนต่างๆ และนำเงินได้พึงประเมินสุทธิมาคำนวณภาษี

โดยเงินได้พึงประเมิน = เงินเดือน + ค่าล่วงเวลา + เงินได้ที่คำนวณภาษี - เงินหักที่คำนวณภาษี


อัตราภาษีก้าวหน้า (Progressive Tax Rate)  


💬 Note

อัตราภาษีก้าวหน้า คือ อัตราภาษีที่จะสูงขึ้นตามระดับเงินได้พึงประเมินที่นำมาใช้คำนวณภาษีเงินได้

โดยเมื่อผู้เสียภาษีมีเงินได้พึงประเมินสูง จะยิ่งเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่สูงขึ้น ซึ่งแต่ละขั้นของเงินได้จะใช้อัตราภาษีในการคำนวณที่ต่างกัน และนำภาษีที่คำนวณในแต่ละขั้นของอัตราก้าวหน้ามารวมเป็นภาษีที่ต้องจ่าย

ปัจจุบันอัตราภาษีก้าวหน้าของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะแบ่งอัตราภาษีออกเป็น 8 ขั้น ตั้งแต่ 0% - 35% ตามระดับฐานเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 150,000 - 5,000,000 บาทขึ้นไป

ขั้นเงินได้พึงประเมิน

อัตราภาษี

ภาษีสูงสุดของขั้น

ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น

0 - 150,000

0%

ยกเว้น

0

150,001 - 300,000

5%

7,500

7,500

300,001 - 500,000

10%

20,000

27,500

500,001 - 750,000

15%

37,500

65,000

750,001 - 1,000,000

20%

50,000

115,000

1,000,001 - 2,000,000

25%

250,000

365,000

2,000,0001 - 5,000,000

30%

900,000

1,265,000

5,000,001 ขึ้นไป

35%

ไม่จำกัด

ไม่จำกัด

🏷 Case: เงินได้พึงประเมิน ปี 2022 หลังจากหัก ค่าลดหย่อนภาษี = 580,000.00 บาท

ขั้นเงินได้พึงประเมิน

อัตราภาษี

ภาษีสูงสุดของขั้น

การคำนวณภาษีสะสม

0 - 150,000

0%

ยกเว้น

0

150,001 - 300,000

5%

7,500

7,500

300,001 - 500,000

10%

20,000

27,500

500,001 - 750,000

15%

37,500

(80,000 x 0.15) + 27,500 = 39,500

750,001 - 1,000,000

20%

50,000

 

1,000,001 - 2,000,000

25%

250,000

 

2,000,0001 - 5,000,000

30%

900,000

 

5,000,001 ขึ้นไป

35%

ไม่จำกัด

 

ดังนั้น

หากมีเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าลดหย่อนภาษี ปี 2022  580,000 บาท จะต้องเสียภาษี 39,500 บาท


💬 Note

  • การคำนวณภาษีเงินได้ไม่ประจำอื่น ๆ เช่น ค่า Commission หรือ Bonus ต่าง ๆ ระบบจะคำนวณภาษีเป็นเดือนต่อเดือน และคำนวณตามขั้นบันไดอัตราภาษีที่พนักงานท่านนั้นถูกคำนวณอยู่


ตัวอย่าง

พนักงานมีเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าลดหย่อนภาษี 580,000 บาท

อัตราภาษีอยู่ที่ขั้นบันได 15% หักภาษีเฉลี่ยเดือนละ 3,292 บาท

หากในเดือน ม.ค. พนักงานได้รับเงินได้ Commission 5,000 บาท

พนักงานจะต้องเสียภาษีเพิ่มในส่วนของค่า Commission (5,000 x 0.15) = 750 บาท

ดังนั้น

พนักงานจะต้องเสียภาษีในเดือน ม.ค. รวมทั้งหมด (3,292 + 750) = 4,042 บาท


อัตราคงที่ (Fixed Tax Rate)

แบ่งเป็น

ภงด.1 (Annual (PND 1))

ใช้กรณีที่ได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้หักอัตราภาษี 3% ซึ่งจะแสดงประเภทเงินได้ (2) ในใบแนบภงด.1

หากทางบริษัท มีการคำนวณภาษีให้กับพนักงานชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง และตรงตามเงื่อนไขประเภทพนักงานแบบ IBC (International Business Center) หรือ LTR (Long-Term Resident Visa) สามารถตั้งค่าการคำนวณภาษี แบบ Flat rate โดยติ๊กเช็คบ้อค IBC % LTR rate และระบุจำนวน % ที่ต้องการหักภาษี โดยค่าลดหย่อนภาษีทั้งหมดของพนักงานประเภทนี้จะไม่ถูกนำมาคำนวนภาษี


ภงด.3 (Monthly (PND 3))

ใช้กรณีที่ต้องการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ซึ่งเงินได้จะไม่ถูกรวมยื่นในแบบ ภงด.1, ภงด. 1ก และจะไม่ถูกหักประกันสังคม


⚠ Caution

กรณีตั้ง อัตราภาษีคงที่ ในการตั้งค่าเงินเดือนจะมีผลกับการแสดงข้อมูลใน ประเภทเงินได้ ใน ภงด.1  ภงด.3 และ เอกสารรายงาน 50 ทวิ (ภงด3)

อัตราภาษีคงที่

ประเภทเงินได้แสดง ดังนี้

1%

ค่าขนส่ง

2%

ค่าโฆษณา

3%

ค่าบริการ

5%

ค่าเช่า

อื่น ๆ

ค่าบริการ

🚩หมายเหตุ

หากไม่ต้องการหักภาษีพนักงานและไม่ต้องการยื่น ภงด.1 หรือ ภงด.3 ให้ไปที่หน้าสาขา เปิดแท็บ “การตั้งค่าเงินเดือน” เลือก “อัตราภาษีคงที่” เลือกประเภทเป็น ภงด.1 (รายปี) หรือ ภงด.3 (รายเดือน) และตั้งอัตราภาษีคงที่เป็น 0% โดยเมื่อเรียกดูเอกสารราชการต่าง ๆ ไม่ต้องเลือกสาขานี้

Did this answer your question?
😞
😐
😁